ปากว่าไม่เอียงข้าง แต่ธุรกิจแล่นฉิว นายกมาเลย์ปัดช่วยกัมพูชา แต่ Farm Fresh กวาดตลาดนมแทนไทย
นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย ออกมาปฏิเสธกระแสกล่าวหาที่มุ่งโจมตีว่ารัฐบาลมาเลเซียเข้าไปมีบทบาทสนับสนุนกัมพูชาในข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา โดยย้ำชัดว่าบทบาทของมาเลเซียมีเพียงการเป็น “มิตรที่ช่วยอำนวยความสะดวก” เพื่อเปิดทางสู่การพูดคุยอย่างสันติ ไม่ใช่การแทรกแซงหรือเข้าข้างฝ่ายใด
พร้อมระบุว่าการเคลื่อนไหวประท้วงในกรุงเทพฯ จะไม่ทำให้มาเลเซียยุติบทบาทตัวกลาง เพราะเป็นความรับผิดชอบต่อสันติภาพในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้นำมาเลเซียถอยห่างจากความขัดแย้งระดับการทูต แวดวงธุรกิจกลับพบว่า มาเลเซียคือประเทศที่ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากที่สุดจากสถานการณ์นี้
ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดสินค้าอุปโภค–บริโภคของกัมพูชา โดยเฉพาะในสินค้านม หลังปัญหาชายแดนทำให้การนำเข้าบางส่วนที่เคยอาศัยเส้นทางระหว่างไทย–กัมพูชาสะดุด กัมพูชาจำเป็นต้องหาซัพพลายใหม่ที่ “ปลอดความเสี่ยงทางการเมือง”
และตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานั้นคือมาเลเซีย บริษัทนมรายใหญ่ของมาเลเซียอย่าง Farm Fresh Berhad ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดนมแช่เย็นพร้อมดื่มในมาเลเซียเกิน 50% และกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดดในอาเซียน ได้ประกาศตั้งฐานการผลิตใหม่ใน กัมพูชา เพื่อลดต้นทุนและล็อกตลาดระยะยาว
หลังรัฐบาลกัมพูชาต้องเร่งหาผู้ผลิตนมรายใหม่แทนคู่ค้าบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และความไม่แน่นอนบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา
แม้รัฐบาลมาเลเซียจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ความเคลื่อนไหวของ Farm Fresh ทำให้สถานการณ์นี้ถูกตั้งคำถามว่าเป็นผลจากการเมืองหรือความบังเอิญเชิงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ในเชิงกลยุทธ์ ธุรกิจไม่ได้อาศัยการเมืองโดยตรง แต่ “ใช้ประโยชน์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศอื่น” ในการขยายซัพพลาย
สำหรับ Farm Fresh การตั้งโรงงานในกัมพูชาคือเครื่องมือยึดตลาดในรูปแบบ ‘ครองซัพพลายก่อนครองตลาด’ ที่ช่วยให้บริษัทกลายเป็นผู้เล่นสำคัญโดยแทบไม่ต้องแข่งขันด้านราคาในอนาคต
การรุกกัมพูชาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนขยายอาเซียนของ Farm Fresh
ก่อนหน้านี้ บริษัทได้สร้างฐานในฟิลิปปินส์สำเร็จแล้ว และกำลังจับตาตลาดที่ใหญ่มากกว่าอย่าง อินโดนีเซีย ซึ่งมีนโยบายอาหารกลางวันฟรีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่คาดว่าจะดันการบริโภคนมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หาก Farm Fresh สามารถตั้งฐานผลิตในอินโดนีเซียได้สำเร็จ การแข่งขันในตลาดนมอาเซียนอาจพลิกเกมในทันที
ภาพสะท้อนจากเหตุการณ์ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า แม้มาเลเซียจะไม่ยืนอยู่ข้างกัมพูชาในเชิงการเมือง แต่ตลาดกลับยืนข้างมาเลเซียในเชิงเศรษฐกิจ ธุรกิจของประเทศที่ “อยู่ห่างความขัดแย้ง” กลับเป็นผู้ได้ประโยชน์จากความเสี่ยงของประเทศที่เข้าสู่ภาวะตึงเครียด
ผลลัพธ์จึงไม่ใช่การแทรกแซง แต่เป็นการที่ผู้ประกอบการมาเลเซีย “ชนะบนพื้นที่ที่ไทยสูญเสีย” โดยไม่ต้องมีข้อตกลงทางการเมืองใด ๆ
เมื่อการเมืองสร้างความเสี่ยง ผู้ที่พร้อมกว่าในห่วงโซ่อุปทานคือผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ และครั้งนี้ ผู้ชนะคือ Farm Fresh ของมาเลเซีย

ก่อนหน้านี้มีข่าวจากสื่อกัมพูชารายงานว่า Farm Fresh ผู้ผลิตนมรายใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย และ Alpha Group ของกัมพูชา ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อร่วมลงทุนสร้างห่วงโซ่การผลิตนมสดในกัมพูชา เพื่อลดการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน
ปัจจุบันกัมพูชาต้องการนมสดราว 100,000 ลิตรต่อวัน แต่ผลิตได้เพียง 20,000 ลิตร โดยฟาร์มขนาดใหญ่เพียง 4 แห่งผลิตได้รวม 5 ล้านลิตรต่อปี หรือราว 17% ของกำลังการผลิตทั้งประเทศ ความร่วมมือกับ Farm Fresh จึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญต่อการยกระดับอุตสาหกรรมนมและลดการพึ่งพาการนำเข้าในอนาคต.
https://www.channelnewsasia.com/asia/anwar-thailand-cambodia-malaysia-peace-talks-5485226?cid=cna_flip_070214
https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-11-20/dairy-tycoon-bets-on-southeast-asia-for-next-leg-of-growth?utm_source=flipboard&utm_content=topic/cambodia&embedded-checkout=true
https://cambodianess.com/article/malaysias-farm-fresh-invests-in-cambodia-to-boost-local-milk-production-and-cut-imports

