บทสัมภาษณ์พิเศษ สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ซีอีโอ Lamborghini กับทาง ABC News ชี้ว่า Lamborghini กับเสียงเครื่องยนต์ที่ลูกค้ายังโหยหา
แม้ Lamborghini จะมีศักยภาพในการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วแรง แต่เสียงคำรามจากเครื่องยนต์ V12 หรือ V8 กลับเป็นสิ่งที่ลูกค้ายังคงปรารถนา ซีอีโอของแบรนด์รถซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลีออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่ใช่ทุกอย่างที่ทำได้คือสิ่งที่ลูกค้าต้องการ”
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Lamborghini เพิ่งเปิดตัว Fenomeno รุ่นพิเศษที่งาน The Quail รัฐแคลิฟอร์เนีย ซูเปอร์คาร์คันนี้ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ให้กำลัง 823 แรงม้า ผลิตเพียง 29 คัน ราคาสูงถึง 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และถูกจองหมดเรียบร้อยแล้ว

สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ได้ให้สัมภาณ์กับ ABC News ถึงอนาคตของเครื่องยนต์สันดาป ความท้าทายจากกฎเกณฑ์และภาษีศุลกากร รวมถึงเหตุผลว่าทำไม Lamborghini ถึงยังคงรักษา “เอกลักษณ์เสียงคำราม” ไว้ในยุคที่โลกกำลังหันสู่พลังงานไฟฟ้า
ถาม: คุณเพิ่งเปิดตัว Fenomeno รุ่นพิเศษ ทั้ง 29 คันถูกจองหมดแล้ว ทำไมต้องจำกัดจำนวนการผลิตไว้แค่นี้?
ตอบ: ที่จริงเราผลิตทั้งหมด 30 คัน แต่เก็บไว้ให้พิพิธภัณฑ์หนึ่งคัน การจำกัดจำนวนมีความสำคัญต่อการรักษามูลค่าและสร้างความพิเศษ เราต้องการให้รถของเรามีคุณค่าที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
ถาม: แล้วยอดขายของ Temerario รุ่นสืบต่อจาก Huracán เป็นอย่างไร?
ตอบ: ยอดขายดีมากครับ รถคันแรกจะมาถึงสหรัฐฯ ปลายปีนี้ และยอดผลิตสำหรับทั่วโลกขายหมดจนถึงปี 2026 แล้ว
ถาม: จะมีวันหนึ่งที่ Lamborghini จะเลิกทำเครื่องยนต์ V12 ไปเลยไหม?
ตอบ: ตราบใดที่กฎระเบียบยังเปิดทาง และเรายังสามารถสร้างเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและมีเอกลักษณ์ เราจะยังคงเก็บเครื่องยนต์ V12 ไว้

ถาม: ลูกค้าที่ชื่นชอบรถแบบอนาล็อก หรือรถออฟโรด ยังสนใจรถไฟฟ้าของ Lamborghini ไหม?
ตอบ: โดยทั่วไป การยอมรับรถไฟฟ้าไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่เคยคาดไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อน และสำหรับรถซูเปอร์คาร์ ยิ่งเป็นเรื่องจริง ดังนั้นเราจึงเลือกให้ Urus รุ่นถัดไปเป็นไฮบริดแบบปลั๊กอิน แทนไฟฟ้าล้วน
ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงต้องการเครื่องยนต์สันดาป แต่ปลั๊กอินไฮบริดตอบโจทย์ได้ดี เพราะให้กำลังเพิ่มขึ้นพร้อมช่วยลดการปล่อยคาร์บอน สำหรับเราสิ่งสำคัญไม่ใช่การแสดงว่าทำได้ แต่ต้องเติมเต็มความฝันของลูกค้า นั่นคือหัวใจของ Lamborghini
ถาม: เรื่องภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ส่งผลต่อราคามากไหม?
ตอบ: ตอนนี้อัตราภาษีอยู่ที่ 27.5% เราแบ่งภาระให้ลูกค้าเล็กน้อย เช่น Urus และ Temerario ลูกค้ารับไปเพียง 7% Revuelto 10% ที่เหลือบริษัทเป็นผู้รับภาระ
ถาม: แล้วมีโอกาสที่ภาษีจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่?
ตอบ: มีการประกาศว่าอาจลดลงเหลือ 15% ซึ่งเราหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น สำหรับเรา “การค้าเสรี” คือทางออกที่ดีที่สุด เพราะ Lamborghini เป็นบริษัทขนาดเล็ก ต้องพึ่งพาตลาดทั่วโลก ความไม่แน่นอนต่างหากที่เป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุด
ถาม: ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายที่สุดของคุณหรือไม่?
ตอบ: ทุกช่วงเวลาล้วนมีความท้าทายครับ เทคโนโลยีใหม่ กฎเกณฑ์ใหม่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสงคราม หลังโควิดเราต้องเผชิญทั้งเรื่องดีและร้าย เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เหมือนตอนเจอปัญหาชิปขาดแคลนหรือการปิดตลาดจีน เราไม่อาจคาดการณ์ได้ทั้งหมด แต่ต้องพร้อมหาทางออกเสมอ

ถาม: หลังจากเคยมียอดขายสูงสุดช่วงโควิด ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร?
ตอบ: ตอนนั้นเราเห็นปรากฏการณ์ “YOLO – You Only Live Once” ผู้คนให้รางวัลตัวเองหลังจากกักตัว เรารู้ดีว่าไม่ใช่สิ่งที่จะยืนยาว ตอนนี้ตลาดโดยรวมเริ่มชะลอตั้งแต่ปี 2024 เทียบกับ 2023 แต่เรามองว่าในปีหน้าจะเข้าสู่จุดคงที่ และจะไม่ลดลงรุนแรง
แม้โลกจะเร่งวิ่งเข้าสู่ยุคไฟฟ้า แต่ Lamborghini ยังคงเลือกเส้นทางที่สะท้อนความปรารถนาของลูกค้า เสียงเครื่องยนต์ V12 ไม่ใช่แค่พลังขับเคลื่อน แต่คือ “จิตวิญญาณ” ที่ลูกค้ารู้สึกผูกพัน และนั่นคือสิ่งที่ซีอีโอ Lamborghini เชื่อว่าจะทำให้แบรนด์ยังคงโดดเด่นในโลกซูเปอร์คาร์ต่อไป
แหล่งที่มา
https://abcnews.go.com/Business/lamborghini-build-powerful-electric-car-ceo-customers/story?

