การศึกษาครั้งใหญ่ที่สุดของ OpenAI ชี้ชัดว่า ผู้คนใช้ AI เป็นเครื่องมือทำงานมากกว่าเพื่อนคุย
หากใครเคยคิดว่าคนส่วนใหญ่แอบไปปรับทุกข์กับ ChatGPT หรือใช้เป็นที่ปรึกษาปัญหาส่วนตัว คิดผิดแล้ว ผลวิจัยชุดใหม่จาก OpenAI เปิดภาพจริงของการใช้งานที่อาจทำให้หลายคนต้องปรับความเข้าใจ
OpenAI เผยแพร่ผลการศึกษาที่ครอบคลุมที่สุด โดยทีมวิจัยเศรษฐกิจของบริษัท ร่วมกับศาสตราจารย์ David Deming แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด วิเคราะห์บทสนทนามากกว่า 1.5 ล้านครั้ง เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการใช้งานจริงของผู้คนทั่วโลก
เผยตัวเลขที่ทำให้ตะลึง
- ฐานผู้ใช้ทะลุ 700 ล้านคน (ข้อมูลเดือนกรกฎาคมปีนี้)
- มีการส่งข้อความ 18,000 ล้านข้อความ/สัปดาห์ หรือเฉลี่ย 2,500 ล้านข้อความ/วัน
- ผู้ใช้ส่วนใหญ่มอง ChatGPT เป็น เครื่องมือช่วยงาน มากกว่าสิ่งอื่น
- กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานมากที่สุดคือ “การเขียน” คิดเป็น 42% ของข้อความที่เกี่ยวข้องกับงาน และสูงกว่าในกลุ่มผู้จัดการ/สายธุรกิจ
ใครเป็นใครในโลก ChatGPT
- สัดส่วนเพศ เปลี่ยนไปจากยุคเปิดตัว ช่องว่างทางเพศลดลง ปัจจุบันผู้ใช้มากกว่าครึ่งเป็นผู้หญิง
- อายุ เกือบครึ่งอายุต่ำกว่า 26 ปี สะท้อนการยอมรับ AI ในกลุ่มคนรุ่นใหม่
ด้านเนื้อหาการสนทนา พบว่า 3 หัวข้อใหญ่ครอง 78% ของบทสนทนาทั้งหมด ได้แก่ คำแนะนำเชิงปฏิบัติ, การเขียน และการค้นหาข้อมูล โดย 49% เป็นคำถามเพื่อขอคำแนะนำ ขณะที่ 40% เป็นการลงมือปฏิบัติจริงเชื่อมโยงกับกระบวนการทำงาน
ข้อค้นพบที่คาดไม่ถึง
- แม้จะกังวลกันว่าโปรแกรมเมอร์เสี่ยงถูก AI แทนที่มากที่สุด แต่คำถามเรื่องการเขียนโปรแกรม/โค้ดมีเพียง 4.2% ของการสนทนาทั้งหมด
- ท่ามกลางข่าวลือเรื่องผลกระทบด้านสังคม ข้อความเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ส่วนตัวและการสะท้อนตนเอง มีเพียง 1.9%
ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า คือการแสดงออกทางอารมณ์เชิงโรแมนติกผ่าน AI chatbot พบเพียง 1% ของบทสนทนาทั้งหมด ซึ่งขัดกับภาพจำจากรายงาน/กระแสบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการสนทนาแนวโรแมนติกหรือการสร้างบุคลิกตัวตนในแอป AI อื่น ๆ (เช่น Nomi, CharacterAI, Replika)
ความหมายที่ซ่อนอยู่
งานวิจัยนี้สะท้อนว่า ผู้คนมอง ChatGPT เป็น ผู้ช่วยทำงานที่มีประสิทธิภาพ มากกว่าเพื่อนคุยแนวอารมณ์ แนวโน้มการใช้งานจึงชี้ไปที่ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (productivity) ไม่ใช่การทดแทนความสัมพันธ์ระหว่างคน
ข้อค้นพบยังช่วยลดความกังวลเรื่องผลกระทบทางสังคมจาก AI และเปิดมุมมองใหม่ต่อบทบาท AI ในชีวิตประจำวัน—ในฐานะ ผู้ช่วยที่เชื่อถือได้ มากกว่าภัยคุกคามที่หลายคนหวั่นเกรง
อ้างอิง: Digital Trends – OpenAI’s biggest research on human-ChatGPT talks

