The Atlantic รายงานแนวโน้ม “Chatbait” จาก clickbait ที่ล่อให้กดลิงก์ สู่แชตบ็อต AI ที่ล่อให้ผู้ใช้คุยต่อเนื่อง เพื่อสร้าง engagement รูปแบบใหม่

Chatbait คืออะไร
Chatbait คือการที่แชตบ็อตสร้างบทสนทนาชวนต่อเนื่อง เช่น ตั้งคำถาม เกมทายใจ ชวนทำเพลย์ลิสต์ หรือยื่นข้อเสนอสร้างสรรค์อื่น ๆ—แม้บางอย่างทำจริงไม่ได้—แต่ทำหน้าที่เป็น “เหยื่อล่อ” ให้ผู้ใช้สนใจและพิมพ์ต่อไปเรื่อย ๆ
แก่นของแนวคิด: จากเดิมล่อให้ “คลิก” → วันนี้ล่อให้ “คุยต่อ”
ทำไมถึงเป็นสัญญาณสำคัญของยุค AI
รายงานชี้ว่า Chatbait เป็นสัญญาณว่าแชตบ็อตกำลังปรับตัวเพื่อ สร้าง Engagement แบบใหม่ คล้ายยุคเว็บที่อาศัย clickbait ดึงสายตา แม้ช่วยเพิ่มความสนุกและคุณค่าในการใช้งาน แต่ก็ตั้งคำถามเรื่อง ขอบเขตที่เหมาะสม: ควรหยุดตรงไหนเพื่อไม่ให้ผู้ใช้ถูกผูกติดกับการสนทนาโดยไม่จำเป็น
ใครถูกจับตาเรื่อง Chatbait มากที่สุด
ตัวอย่างเปรียบเทียบที่ถูกยกขึ้นคือ ChatGPT ของ OpenAI ซึ่งมีแนวโน้มใช้กลยุทธ์นี้มากกว่า AI รายอื่น จุดเด่นคือ เพิ่มความสนุก เสนอ ตัวเลือกหลากหลาย และโยนไอเดียที่ทำให้ผู้ใช้ อยากคุยต่อ
คำชี้แจงจาก OpenAI
OpenAI ระบุว่าเป้าหมายของ ChatGPT ไม่ใช่แค่ถ่วงเวลา แต่ต้องการให้การใช้งาน มีประโยชน์จริง ยอมรับว่าบางครั้งการเพิ่มความน่าสนใจอาจ ดู เหมือนยุทธวิธีเพิ่ม engagement หรือ chatbait โดยไม่เจตนา
จาก “สุภาพตรงประเด็น” สู่ “เพิ่มลูกเล่น-ชวนต่อบทสนทนา”
เทียบกับยุคแรกที่ตอบสั้น กระชับ ตรงคำถาม ปัจจุบันแชตบ็อตมีแนวโน้ม นำเสนอทางเลือก เช่น ช่วยทำ cheat sheet สรุปหลายเวอร์ชัน หรือถามต่อยอด เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกว่าได้มากกว่า “คำตอบเดียวแล้วจบ”
ประโยชน์กับความเสี่ยง: เส้นบาง ๆ ที่ต้องระวัง
- ข้อดี: สนุกขึ้น ได้ไอเดียใหม่ เพิ่มโอกาสเรียนรู้เชิงโต้ตอบ
- ข้อเสีย: เสี่ยงใช้เวลามากเกินจำเป็น ติดวงสนทนาโดยไม่รู้ตัว คล้าย clickbait
สรุปสั้น ๆ: Chatbait คือวิวัฒนาการจากคอนเทนต์ล่อคลิกสู่การ “ล่อคุย” ในยุคแชตบ็อต—เพิ่มคุณค่าได้ หากมีความโปร่งใสและขอบเขตการใช้อย่างเหมาะสม
ที่มา
The Atlantic – “Chatbait Is Taking Over the Internet” (22 กันยายน 2025)
แท็ก: Chatbait, AI Trends, ChatGPT, Engagement Strategy, Clickbait 2.0, อินเทอร์เน็ต 2025

