โลโก้ Dick’s Sporting Goods และ Foot Locker สัญลักษณ์การควบรวมกิจการครั้งใหญ่ในปี 2025

Dick’s ซื้อ Foot Locker มูลค่า 2.4 พันล้านดอลลาร์ เขย่าตลาดค้าปลีกกีฬาโลก

รวมพลัง 3,200 สาขา ต่อสู้ยุคต้นทุนพุ่งและแข่งขันรุนแรง

ตลาดค้าปลีกกีฬาโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ Dick’s Sporting Goods เครือข่ายค้าปลีกอุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ประกาศเข้าซื้อกิจการ Foot Locker ด้วยมูลค่าสูงถึง 2.4 พันล้านดอลลาร์ ดีลครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความฮือฮาในวงการเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญของการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่

การควบรวมกิจการครั้งนี้จะทำให้เกิดเครือข่ายการค้าขนาดมหึมา รวม 3,200 สาขาทั่วโลก โดย Foot Locker มีฐานสาขาประมาณ 2,400 แห่งใน 20 ประเทศ ส่วน Dick’s มีฐานที่มั่นคง 800 สาขาในสหรัฐอเมริกา การรวมตัวนี้จึงเสมือนการผสานจุดแข็ง ระหว่างความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์กีฬาของ Dick’s กับเครือข่ายสนีกเกอร์และฐานลูกค้าต่างประเทศของ Foot Locker

กลยุทธ์เสริมพลัง สร้างอำนาจต่อรอง

Foot Locker จะยังคงดำเนินงานในฐานะหน่วยธุรกิจอิสระ แต่ได้ประโยชน์จากเครือข่ายลูกค้าขนาดใหญ่และการลงทุนด้านระบบ Omnichannel ที่เป็นหัวใจของการค้าปลีกสมัยใหม่ ในขณะที่ Dick’s จะสามารถขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้ทันทีโดยไม่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่

ข้อได้เปรียบสำคัญที่สุดคือการเพิ่มอำนาจต่อรองกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Nike, Adidas และ Puma ทั้งในเรื่องราคาสินค้า เงื่อนไขการจัดส่ง และสิทธิ์ในการจำหน่ายสินค้าลิมิเต็ดเอดิชันก่อนคู่แข่ง การรวมกันจะทำให้เกิดเครือข่ายที่ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดมวลชนไปจนถึงตลาดแฟชั่นเฉพาะกลุ่ม

Foot Locker หาทางฟื้น Dick’s ขยายโอกาส

สำหรับ Foot Locker การเข้าร่วมเครือข่ายของ Dick’s เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูธุรกิจที่ชะลอตัวมาหลายปี บริษัทกำลังเร่งปรับปรุงหน้าร้าน ปิดสาขาที่ขาดทุน และเปลี่ยนจาก “ร้านขายรองเท้า” สู่แบรนด์ที่สะท้อนวัฒนธรรมสตรีทแฟชั่นและกีฬา

ส่วน Dick’s มองเห็นโอกาสในการเสริมจุดแข็งด้านอุปกรณ์กีฬาและการให้บริการครอบครัว โดยใช้แบรนด์ Foot Locker ดึงดูดกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่หลงใหลสนีกเกอร์ ควบคู่กับใช้แบรนด์ Dick’s จับตลาดครอบครัวและนักกีฬาสมัครเล่น

แรงกดดันภายนอก ภาษีนำเข้าทำต้นทุนพุ่ง

แม้ดีลนี้จะได้รับคำชื่นชม แต่ตลาดกำลังเผชิญแรงกดดันจากนโยบายภาษีใหม่ที่เพิ่มขึ้นสูง สำหรับรองเท้าและสินค้ากีฬาที่ผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม ส่งผลให้ต้นทุนพุ่งขึ้นทันที Nike ได้ประกาศปรับขึ้นราคารองเท้าหลายรุ่นในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ขณะที่ Adidas และ Puma ก็เผชิญยอดขายที่ชะลอตัว ผู้ค้าปลีกอย่าง Foot Locker และ JD Sports ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น และการรวมกิจการจึงถูกมองว่าเป็นเกราะป้องกัน

หุ้น Foot Locker พุ่งแรงทันทีหลังข่าวดีล เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนที่ดี ขณะที่หุ้น Dick’s ปรับตัวลดลงเล็กน้อย สะท้อนความกังวลเรื่องภาระหนี้และต้นทุนการรวมกิจการ นอกจากนี้ยังมีเสียงวิจารณ์ว่าดีลนี้อาจลดการแข่งขันและนำไปสู่ราคาสินค้าที่สูงขึ้น หน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐอเมริกากำลังตรวจสอบอย่างเข้มงวด คาดว่าหากผ่านการอนุมัติ ดีลจะเสร็จสิ้นในครึ่งหลังปี 2025

เปลี่ยนสมการค้าปลีกกีฬา

การควบรวม Dick’s–Foot Locker เป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมค้าปลีกกีฬา ไม่ใช่เพียงการขยายสาขา แต่เป็นการสร้างเครือข่ายที่ผสานวัฒนธรรมสนีกเกอร์เข้ากับตลาดอุปกรณ์กีฬา ในยุคที่รองเท้าไม่ใช่แค่สินค้ากีฬา แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ดีลนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดรายหนึ่งของโลก พร้อมทั้งเป็นสัญญาณเตือนว่าธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ไม่อาจอยู่รอดด้วยขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างคุณค่าทางแบรนด์และตอบสนองผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


แหล่งอ้างอิง