Apple Watch นาฬิกาอัจฉริยะของ Apple ที่กำลังอยู่ในคดีความกับ OPPO เรื่องความลับทางการค้า

Apple ฟ้องอดีตพนักงานและ OPPO ขโมยความลับ Apple Watch

Apple เปิดศึกกฎหมายกับ OPPO หลังพบว่าอดีตพนักงานขโมยไฟล์ลับกว่า 63 ชิ้น ส่งต่อให้คู่แข่งจีน

ในโลกเทคโนโลยี ความลับการค้าเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงบริษัท หากมันรั่วไหลไปสู่คู่แข่ง ผลลัพธ์อาจไม่ต่างจากการเปิดประตูโรงงานให้ศัตรูเข้ามาเดินสำรวจได้ตามใจ และครั้งนี้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเปิดประตูนั้น คืออดีตวิศวกรคนหนึ่งของ Apple เอง

เฉิน ชือ ไม่ใช่วิศวกรธรรมดาที่เพิ่งเข้ามาเรียนรู้งาน เขาเป็นวิศวกรระดับสูงในทีมพัฒนา Apple Watch มาตั้งแต่ 2020 มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเซ็นเซอร์ที่ละเอียดอ่อนที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ออปติคอล เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ และเซ็นเซอร์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ที่ทำให้ Apple Watch กลายเป็นอุปกรณ์สุขภาพที่ครบครันที่สุดในตลาด

เมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา เฉิน ชือ แจ้งลาออกพร้อมเหตุผลที่ฟังดูน่าเชื่อ จะกลับไปดูแลพ่อแม่ที่จีน เรื่องนี้ฟังเผิน ๆ ก็ดูสมเหตุสมผล แต่สิ่งที่ Apple พบหลังจากนั้นกลับทำให้เหตุผลนี้ฟังเหมือน “ข้ออ้าง” มากกว่าจะเป็นความจริง

เทคนิการขโมยข้อมูลยุคใหม่

สิ่งที่ เฉิน ชือ ทำสะท้อนความซับซ้อนของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในยุคปัจจุบัน มันไม่ใช่เพียงแค่เสียบ USB แล้วลากไฟล์ออกมาเท่านั้น แต่คือการจัดการอย่างเป็นขั้นตอน

  • เข้าประชุมทีมพัฒนาซ้ำ ๆ เพื่อซึมซับข้อมูลเชิงลึกเกินกว่าที่เอกสารจะบันทึกไว้
  • คัดลอกไฟล์ลับกว่า 63 ไฟล์จากเซิร์ฟเวอร์ภายใน ซึ่งรวมถึงผลวิจัย เซ็นเซอร์ต้นแบบ และข้อมูลทดสอบที่ Apple ใช้เวลาหลายปีพัฒนา
  • ย้ายไฟล์เหล่านั้นไปเก็บในแฟลชไดรฟ์ USB ซึ่งง่ายต่อการพกพาออกนอกบริษัท
  • ลบข้อมูลทั้งหมดจาก MacBook ที่ใช้ทำงาน เพื่อลดร่องรอยและทำให้ยากต่อการตรวจสอบ
  • และท้ายที่สุด ส่งข้อความหา OPPO ด้วยประโยคที่กลายเป็นหลักฐานมัดตัว: “จะเก็บข้อมูลให้มากที่สุด”

ข้อความสุดท้ายนี่แหละที่กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ Apple ใช้ฟ้องร้อง

OPPO ถูกลากเข้าศาล

Apple เลือกที่จะไม่เล่นงาน เฉิน ชือ คนเดียว แต่ลาก OPPO เข้าสู่สมรภูมิด้วย โดยกล่าวหาว่าบริษัทจีนรายนี้รับรู้และสนับสนุน การกระทำของอดีตวิศวกร Apple อย่างน้อยก็ในเชิงผลประโยชน์

ฝั่ง OPPO รีบออกมาปฏิเสธทันควัน บอกว่า “ไม่มีหลักฐานใดที่ยืนยันว่าพนักงานของเรากระทำผิด” และย้ำว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับกฎหมายเต็มที่

แต่คำถามที่หลายคนตั้งคือ บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ระดับโลก จะไม่สงสัยเลยหรือว่า พนักงานใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก Apple มีอะไรที่พิเศษติดตัวมาด้วยหรือไม่ และหาก OPPO ไม่ได้รู้เห็นจริง ๆ นี่ก็เป็นบทเรียนราคาแพง ที่อาจทำให้ภาพลักษณ์สั่นคลอนในเวทีโลก

ทำไม Apple ถึงเอาจริงขนาดนี้

สิ่งที่ Apple กำลังปกป้อง ไม่ใช่แค่ไฟล์ลับ 63 ชุด แต่คือ ความได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่สะสมมานานนับทศวรรษ การพัฒนาเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ใช้เงินลงทุนมหาศาล ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ และเวลาวิจัย หากข้อมูลนี้ถูกนำไปใช้โดยคู่แข่งอย่าง OPPO มันก็เท่ากับว่าคู่แข่งใช้ทางลีดหลายปีโดยแทบไม่ต้องลงทุนอะไร

และนั่นคือสิ่งที่ Apple จะไม่ยอมให้เกิดขึ้น เพราะหากยอมให้กรณีนี้ผ่านไป เท่ากับเปิดทางให้ใครก็ได้สามารถหยิบเทคโนโลยีของพวกเขาไปใช้โดยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายใด ๆ

Apple ต้องการมากกว่าการชดเชยเป็นเงิน พวกเขาต้องการ คำสั่งศาลห้ามใช้ข้อมูล ที่ถูกขโมย เพื่อแสดงให้เห็นว่าความลับการค้าคือเส้นแดงที่ห้ามใครก้าวข้าม และใครที่พยายามทำ จะต้องเผชิญการตอบโต้ที่รุนแรง

คดีนี้ไม่เพียงกระทบต่อ Apple และ OPPO แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจอุตสาหกรรมว่า บริษัทต้องเข้มงวดกับการรักษาความลับมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงพนักงานลาออก การจ้างงานข้ามค่ายอาจถูกตรวจสอบละเอียดกว่าเดิม และในระดับภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งจีน–สหรัฐฯ อาจถูกโยงเข้ากับคดีนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

แหล่งข้อมูล